ไอหอมอ่อนๆบางเบาประดุจกลิ่นหอมจากกลีบอันบอบบางของดอกไม้นานาพรรณ แทรกซึมอยู่ในรสสัมผัสของขนมไทยสีเหลืองละมุน กลิ่นหอมของกะทิและน้ำตาลมะพร้าวถูกโอบอุ้มไว้ด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นของเนื้อขนมจากแป้งข้าวไทย ในขณะที่ดวงอาทิตย์ซึ่งเหมือนจะลับขอบฟ้าไปแล้ว ก็กลับพลันสาดแสงส่องลงมาพร้อมเสียงไก่ขันด้วยรสสัมผัสจากไข่ไก่ชั้นเลิศในชิ้นขนม จนทำให้ความอร่อยพรั่งพรูออกมาจากทุกอณูของขนมพลอยอำพันประดับทองชิ้นพอดีคำ
ทองเอกเฉกเช่นเป็นหนึ่ง
หวานวิรุฬห์
ตราตรึงซึ่งจิตคิดฝัน
วางเคียงเรียงชิดติดกัน
สุดสรรชั้นเทียบเปรียบปานฯ
” ขนมไทยจะอร่อยได้ ย่อมมีเหตุมาจากความเอาใจใส่ของคนทำขนม เคล็ดลับในการทำขนมทองเอกคือ เวลาที่ต้องการจะเคาะขนมออกจากพิมพ์ ให้ใช้ปลายนิ้วบรรจงดันเนื้อขนมเข้าหาจุดศูนย์กลางของแม่พิมพ์ เพื่อให้ตัวขนมที่กดอัดเก็บลายอันวิจิตรของพิมพ์ขนมทองเอกนั้นหลุดออกมาได้โดยง่าย และไม่สูญเสียลวดลายของขนม“ อาจารย์แพง วิรุฬห์ นวทิศพาณิชย์ ผู้อำนวยการโครงการอนุรักษ์ขนมไทย กล่าว ก่อนที่อาจารย์จะเคาะแม่พิมพ์ขนมอย่างเบามือ สันพิมพ์ขนมที่กระแทกกับขอบโต๊ะไม้ ส่งเสียงทุ้มหนักแน่น ก้องกังวาล เมื่อสิ้นสุดที่ปลายเสียงการสั่นสะเทือนของพิมพ์ขนม เจ้าขนมทองเอกชิ้นน้อยน่ารักน่าชัง ก็หลุดจากพิมพ์อย่างละมุนละไม ให้เราได้ยลโฉมความงามอันมีเอกลักษณ์ของขนมไทยชนิดนี้

ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า 60 กรัม
แป้งมัน 10 กรัม
กะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 150 กรัม
เกลือ 1 หยิบมือ
ไข่แดงของไข่ไก่ 1 ฟอง
วิธีทำ
1. ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน
2. นำแป้งผสมกับน่ำตาล และเกลือ
3. ใส่กะทิ คนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วจึงกรอง
4. กวนด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน
5. พอขนมจับตัวเป็นก้อนจึงใส่ไข่แดง
6. กวนจนสุก นำมาอัดพิมพ์
7. ติดทองคำเปลว และ อบควันเทียน
